วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

โครงงานวิทยาศาสตร์
เรื่อง ระบบสุริยะ


นางสาวสุดารัตน์ บุตรดี
นางสาวละออง  ประดับมุข
โครงงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชานวัตกรรมการศึกษา
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557
มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์
โครงงานวิทยาศาสตร์
เรื่อง ระบบสุริยะ
 
นางสาวสุดารัตน์ บุตรดี
นางสาวละออง  ประดับมุข
 
โครงงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชานวัตกรรมการศึกษา
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557
มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์





ชื่อ                                    :  นางสาวสุดารัตน์ บุตรดี ,นางสาวละออง  ประดับมุข
ชื่อเรื่อง                      : ระบบสุริยะ
รายวิชา                      : นวัตกรรมการศึกษา
กลุ่มสาระการเรียนรู้ : การงานอาชีพและเทคโนโลยี
ครูที่ปรึกษา               : นายบุญโต  นาดี
ปีการศึกษา                :1/2557
บทคัดย่อ
โครงงานเรื่อง ระบบสุริยะ มีจุดมุ่งหมายเพื่อ.เพื่อศึกษาและการดำเนินการสร้างโครงงานระบบสุริยะเพื่อรู้และเข้าใจในระบบสุริยะของเราเพื่อศึกษาการเกิดของโลกที่มาจากการเกิดระบบสุริยะ เพื่ออธิบายในชั้นเรียนได้การจัดทำเรื่องนี้เพราะว่าได้ศึกษาค้นคว้า และรวบรวมเนื้อหาจัดทำเป็นสื่อการเรียนการสอนขึ้นมาโดยทำเนื้อหาให้น่าสนใจมากขึ้น เพราะสมัยนี้เด็กไทยมักจะเคร่งเครียดในวิชาวิทยาศาสตร์นี้มาก โดยเป็นปัญหาในวิชาวิทยาศาสตร์นั้นไม่น่าเรียน หรือไม่คิดอยากจะเรียนอีกเลยในความคิดของเด็กไทยในปัจจุบันแต่อย่างไรก็ตามกลุ่มข้าพเจ้าก็ได้จัดทำโครงงานนี้เพื่ออยากให้เด็กสนใจวิชานี้มากขึ้น ทำให้สื่อการเรียนการสอนน่าสนใจ มากกว่าในตำราเรียน
กิตติกรรมประกาศ
ขอขอบพระคุณอาจารย์บุญโต นาดีอาจารย์ที่ประจำวิชาซึ่งกรุณาสละเวลาให้ความรู้และคำแนะนำตลอดการทำโครงงาน
ขอขอบคุณเพื่อนๆที่ได้ให้ความช่วยเหลือในการทำโครงงาน
ท้ายที่สุดขอกราบขอบพระคุณคุณพ่อและคุณแม่ผู้เป็นที่รักผู้ให้กำลังใจและให้โอกาสการศึกษาอันมีค่ายิ่ง


นางสาวสุดารัตน์  บุตรดี
นางสาวละออง  ประดับมุข

           
บทที่ 1
บทนำ
ที่มาและความสำคัญ
กำเนิดระบบสุริยะ  คำว่า ระบบสุริยะควรใช้เฉพาะกับระบบดาวเคราะห์ที่มีโลกเป็นสมาชิก และไม่ควรเรียกว่า ระบบสุริยะจักรวาลอย่างที่เรียกกันติดปาก เนื่องจากไม่เกี่ยวข้องกับคำว่าจักรวาล ตามนัยที่ใช้ในปัจจุบัน ระบบสุริยะ ประกอบด้วยดวงอาทิตย์และวัตถุอื่นๆ ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ เช่น ดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง และดาวบริวาร โลกเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่ 3 โดยทั่วไป ถ้าให้ถูกต้องที่สุดควรเรียกว่า ระบบดาวเคราะห์ เมื่อกล่าวถึงระบบที่มีวัตถุต่างๆ โคจรรอบดาวฤกษ์
       ระบบสุริยะ คือระบบดาวที่มีดาวฤกษ์เป็นศูนย์กลาง และมีดาวเคราะห์ (Planet) เป็นบริวารโคจรอยู่โดยรอบ เมื่อสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย ต่อการดำรงชีวิต สิ่งมีชีวิตก็จะเกิดขึ้นบนดาวเคราะห์เหล่านั้น หรือ บริวารของดาวเคราะห์เองที่เรียกว่าดวงจันทร์ (Satellite) นักดาราศาสตร์เชื่อว่า ในบรรดาดาวฤกษ์ทั้งหมดกว่าแสนล้านดวงในกาแลกซี่ทางช้างเผือก ต้องมีระบบสุริยะที่เอื้ออำนวยชีวิตอย่าง ระบบสุริยะที่โลกของเราเป็นบริวารอยู่อย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าระยะทางไกลมากเกินกว่าความสามารถในการติดต่อจะทำได้ถึงที่โลกของ เราอยู่เป็นระบบที่ประกอบด้วย ดวงอาทิตย์ (The sun) เป็นศูนย์กลาง มีดาวเคราะห์ (Planets) 9 ดวง ที่เราเรียกกันว่า ดาวนพเคราะห์ ( นพ แปลว่า เก้า) เรียงตามลำดับ จากในสุดคือ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส ดาวเนปจูน ดาวพลูโต ( ตอนนี้ไม่มีพลูโตแร้ว เหลือแค่ 8 ดวง
 และยังมีดวงจันทร์บริวารของ ดวงเคราะห์แต่ละดวง (Moon of sattelites) ยกเว้นเพียง สองดวงคือ ดาวพุธ และ ดาวศุกร์ ที่ไม่มีบริวาร ดาวเคราะห์น้อย (Minor planets) ดาวหาง (Comets) อุกกาบาต (Meteorites) ตลอดจนกลุ่มฝุ่นและก๊าซ ซึ่งเคลื่อนที่อยู่ในวงโคจร ภายใต้อิทธิพลแรงดึงดูด จากดวงอาทิตย์ ขนาดของระบบสุริยะ กว้างใหญ่ไพศาลมาก เมื่อเทียบระยะทาง ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ซึ่งมีระยะทางประมาณ 150 ล้านกิโลเมตร หรือ 1au.(astronomy unit) หน่วยดาราศาสตร์ กล่าวคือ ระบบสุริยะมีระยะทางไกลไปจนถึงวงโคจร ของดาวพลูโต ดาว เคราะห์ที่มีขนาดเล็กที่สุด ในระบบสุริยะ ซึ่งอยู่ไกล เป็นระยะทาง 40 เท่าของ 1 หน่วยดาราศาสตร์ และยังไกลห่างออก ไปอีกจนถึงดงดาวหางอ๊อต (Oort's Cloud) ซึ่งอาจอยู่ไกลถึง 500,000 เท่า ของระยะทางจากโลกถึงดวงอาทิตย์ด้วย ดวงอาทิตย์มีมวล มากกว่าร้อยละ 99 ของ มวลทั้งหมดในระบบสุริยะ ที่เหลือ
       นอกนั้นจะเป็นมวลของ เทหวัตถุต่างๆ ซึ่ง ประกอบด้วยดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง และอุกกาบาต รวมไปถึงฝุ่นและก๊าซ ที่ล่องลอยระหว่าง ดาวเคราะห์ แต่ละดวง โดยมีแรงดึงดูด (Gravity) เป็นแรงควบคุมระบบสุริยะ ให้เทหวัตถุบนฟ้าทั้งหมด เคลื่อนที่เป็นไปตามกฏแรง แรงโน้มถ่วงของนิวตัน ดวงอาทิตย์แพร่พลังงาน ออกมา ด้วยอัตราประมาณ 90,000,000,000,000,000,000,000,000 แคลอรีต่อวินาที เป็นพลังงานที่เกิดจากปฏิกริยาเทอร์โมนิวเคลียร์ โดยการเปลี่ยนไฮโดรเจนเป็นฮีเลียม ซึ่งเป็นแหล่งความร้อนให้กับดาว ดาวเคราะห์ต่างๆ ถึงแม้ว่าดวงอาทิตย์ จะเสียไฮโดรเจนไปถึง 4,000,000 ตันต่อวินาทีก็ตาม แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังมีความเชื่อว่าดวงอาทิตย์ จะยังคงแพร่พลังงานออกมา ในอัตรา ที่เท่ากันนี้ได้อีกนานหลายพันล้านปี
               การจัดทำเรื่องนี้เพราะว่าได้ศึกษาค้นคว้า และรวบรวมเนื้อหาจัดทำเป็นสื่อการเรียนการสอนขึ้นมาโดยทำเนื้อหาให้น่าสนใจมากขึ้น เพราะสมัยนี้เด็กไทยมักจะเคร่งเครียดในวิชาวิทยาศาสตร์นี้มาก โดยเป็นปัญหาในวิชาวิทยาศาสตร์นั้นไม่น่าเรียน หรือไม่คิดอยากจะเรียนอีกเลยในความคิดของเด็กไทยในปัจจุบันแต่อย่างไรก็ตามกลุ่มข้าพเจ้าก็ได้จัดทำโครงงานนี้เพื่ออยากให้เด็กสนใจวิชานี้มากขึ้น ทำให้สื่อการเรียนการสอนน่าสนใจ มากกว่าในตำราเรียน
วัตถุประสงค์
1.เพื่อศึกษาและการดำเนินการสร้างโครงงานระบบสุริยะ
2.เพื่อรู้และเข้าใจในระบบสุริยะของเรา
3.เพื่อศึกษาการเกิดของโลกที่มาจากการเกิดระบบสุริยะ
4 เพื่ออธิบายในชั้นเรียนได้
ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า
คือ ในการจัดทำโครงงานระบบสุริยะนั้นได้ศึกษาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต และหนังสือเรียน ประกอบการทำโครงงานในครั้งนี้
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1.รู้จักการกำเนิดระบบสุริยะ
2.ได้รู้ถึงดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ
3.ได้รู้ถึงวงโคจรของดาวต่างๆในระบบสุริยะ
นิยามศัพท์เฉพาะ
ระบบสุริยะ คือระบบดาวที่มีดาวฤกษ์เป็นศูนย์กลาง และมีดาวเคราะห์ (Planet) เป็นบริวารโคจรอยู่โดยรอบ เมื่อสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย ต่อการดำรงชีวิต
ดาวเคราะห์ หมายถึง ดาวที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง
ดาวฤกษ์ (อังกฤษ: star) คือวัตถุท้องฟ้าที่เป็นก้อนพลาสมาสว่างขนาดใหญ่ที่คงอยู่ได้ด้วยแรงโน้มถ่วง ดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุด คือ ดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักของโลก

บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
ในการจัดทำโครงงานเรื่อง ระบบสุริยะ คณะผุ้จัดทำได้ทำการศึกษาเอกสารและโครงงานเกี่ยวข้อง  ประกอบด้วยหัวข้อต่างๆดังต่อไปนี้
ระบบสุริยะ ประกอบด้วยดวงอาทิตย์และวัตถุอื่นๆ ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ เช่น ดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง และดาวบริวาร โลกเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่ 3 โดยทั่วไป ถ้าให้ถูกต้องที่สุดควรเรียกว่า ระบบดาวเคราะห์ เมื่อกล่าวถึงระบบที่มีวัตถุต่างๆ โคจรรอบดาวฤกษ์  ระบบสุริยะ คือระบบดาวที่มีดาวฤกษ์เป็นศูนย์กลาง และมีดาวเคราะห์ (Planet) เป็นบริวารโคจรอยู่โดยรอบ เมื่อสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย ต่อการดำรงชีวิต สิ่งมีชีวิตก็จะเกิดขึ้นบนดาวเคราะห์เหล่านั้น หรือ บริวารของดาวเคราะห์เองที่เรียกว่าดวงจันทร์ (Satellite) นักดาราศาสตร์เชื่อว่า ในบรรดาดาวฤกษ์ทั้งหมดกว่าแสนล้านดวงในกาแลกซี่ทางช้างเผือก ต้องมีระบบสุริยะที่เอื้ออำนวยชีวิตอย่าง ระบบสุริยะที่โลกของเราเป็นบริวารอยู่อย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าระยะทางไกลมากเกินกว่าความสามารถในการติดต่อจะทำได้ถึงที่โลกของเราอยู่เป็นระบบที่ประกอบด้วย ดวงอาทิตย์ (The sun) เป็นศูนย์กลาง มีดาวเคราะห์ (Planets) 9 ดวง ที่เราเรียกกันว่า ดาวนพเคราะห์ ( นพ แปลว่า เก้า) เรียงตามลำดับ จากในสุดคือ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส ดาวเนปจูน ดาวพลูโต ( ตอนนี้ไม่มีพลูโตแร้ว เหลือแค่ 8 ดวง )
และยังมีดวงจันทร์บริวารของ ดวงเคราะห์แต่ละดวง (Moon of sattelites) ยกเว้นเพียง สองดวงคือ ดาวพุธ และ ดาวศุกร์ ที่ไม่มีบริวาร ดาวเคราะห์น้อย (Minor planets) ดาวหาง (Comets) อุกกาบาต (Meteorites) ตลอดจนกลุ่มฝุ่นและก๊าซ ซึ่งเคลื่อนที่อยู่ในวงโคจร ภายใต้อิทธิพลแรงดึงดูด จากดวงอาทิตย์ ขนาดของระบบสุริยะ กว้างใหญ่ไพศาลมาก เมื่อเทียบระยะทาง ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์    ซึ่งมีระยะทางประมาณ 150 ล้านกิโลเมตร หรือ 1au.(astronomy unit) หน่วยดาราศาสตร์ กล่าวคือ ระบบสุริยะมีระยะทางไกลไปจนถึงวงโคจร ของดาวพลูโต ดาว เคราะห์ที่มีขนาดเล็กที่สุด ในระบบสุริยะ ซึ่งอยู่ไกล เป็นระยะทาง 40 เท่าของ 1 หน่วยดาราศาสตร์ และยังไกลห่างออก ไปอีกจนถึงดงดาวหางอ๊อต (Oort's Cloud) ซึ่งอาจอยู่ไกลถึง 500,000 เท่า ของระยะทางจากโลกถึงดวงอาทิตย์ด้วย ดวงอาทิตย์มีมวล มากกว่าร้อยละ 99 ของมวลทั้งหมดในระบบสุริยะที่เหลือ     ชื่อของดาวเคราะห์ทั้ง 9 ดวงยกเว้นโลก ถูกตั้งชื่อตามเทพของชาวกรีก เพราะเชื่อว่าเทพเหล่านั้นอยู่บนสรวงสวรรค์ และเคารพบูชาแต่โบราณกาล ในสมัยโบราณจะรู้จักดาวเคราะห์เพียง 5 ดวงเท่านั้น(ไม่นับโลกของเรา) เพราะสามารถเห็นได้ ด้วยตาเปล่าคือ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ประกอบกับดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ รวมเป็น 7 ทำให้เกิดวันทั้ง 7 ในสัปดาห์นั่นเอง และดาวทั้ง 7 นี้จึงมีอิทธิพลกับดวงชะตาชีวิตของคนเราตามความเชื่อถือทางโหราศาสตร์ ส่วนดาวเคราะห์อีก 3 ดวง คือ ดาวยูเรนัส ดาวเนปจูน ดาวพลูโต ถูกค้นพบภายหลัง แต่นักดาราศาสตร์ก็ตั้งชื่อตามเทพของกรีก เพื่อให้สอดคล้องกันนั่นเอง
สรุปว่าที่กลุ่มได้จัดทำโครงงานนี้ขึ้นเพราะอยากให้เป็นการเรียนการสอนแบบเทคโนโลยีโดยการนำเนื้อหามาจัดทำเป็นสื่อการเรียนการสอนแบบทันสมัย สามารถศึกษาได้เอง อ่านเข้าใจ และทำสื่อนี้ให้น่าสนใจมากกว่าในตำราเรียน นำเนื้อหาดีๆใส่เข้ามา รวบรวมเนื้อหา จัดทำเป็นสื่อการเรียนการสอนนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในปัจจุบัน
บทที่ 3
วิธีการจัดทำโครงงาน
วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้พัฒนาโครงงาน วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้พัฒนาโครงงานได้แก่
1.สร้าง Multimedia
2.บุคคลากร
3.แหล่งความรู้ทางอินเตอร์เน็ต
4.ข้อมูลจากเอกสาร บทความหนังสือ
5.คอมพิวเตอร์
วิธีการจัดทำโครงงาน
1.แบ่งกลุ่มในการทำโครงงาน โดยแบ่งเป็นกลุ่มละ2คน
2.คิดโครงงานที่จะทำร่างทำเรื่องอะไร ทำแบบอะไร
3.ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับระบบสุริยะเพื่อนำไปทำโครงงาน
4.แบ่งหน้าที่ให้สมาชิกภายในกลุ่ม และเริ่มทำโครงงาน
5.ให้อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานให้คำแนะนำเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไข
6.ปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของครูที่ปรึกษาโครงงานและตรวจสอบก่อนนำเสนอ
7.นำเสนอโครงงานเรื่อง ระบบสุริยะ
บทที่4
ผลการศึกษา
จากการศึกษาเรื่อง ระบบสุริยะ การจัดทำสื่อการเรียนการสอนชิ้นนี้ขึ้นมาเพื่อแบ่งปันความรู้ และความสำคัญของ ระบบสุริยะโดยจัดทำให้ขอบเขตหัวข้อดังนี้
1. เพื่อเป็นการศึกษาและเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สามารถเรียนในแบบเทคโนโลยีได้
2. เพื่อเป็นการเรียนรู้ด้วยตนเอง ทำความเข้าใจได้เองแบบง่ายๆ
3. เพื่อทำให้เป็นจุดเด่นในการเรียน มิใช่เรียนแค่ในห้องเรียน แต่สามารถประยุกต์ใช้ได้กับโปรแกรมด้านเทคโนโลยีได้อีกด้วย
  โดยได้รวบรวมข้อมูลจากแหล่งเว็บไซด์ต่างๆมาและนำมาประกอบเนื้อภาพ  รูปภาพ และสื่อวีดิโอ เพื่อทำให้ผู้ที่เข้าชมได้ข้อมูลมากขึ้นกว่าเพียงข้อมูลด้วยหนังสือแต่ยังมีสื่อวีดิโอประกอบด้วย
ปัญหาที่พบ
ในการทำโครงงานในครั้งนี้พบว่าปัญหาเป็นการรวบรวมข้อมูลและต้องทำการวิเคราะห์เนื้อหาที่จะทำโครงงานระบบสุริยะ เพื่อให้ข้อมูลตรงกบความเป็นจริง
บทที่5
สรุปอภิปราย
ระบบสุริยะ คือ กลุ่มดาวกลุ่มหนึ่งใน กาแลกซี ทางช้างเผือก โดยมีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง และมีดาวเคราะห์ 9 ดวงเป็นบริวาร โคจรมารอบดวงอาทิตย์ โดยดาวเคราะห์ทั้งเก้าจะมีดวงจันทร์ที่โคจรรอบดาวเคราะห์ หรือไม่มีก็ได้ โดยดาวทั้งหมดจะได้รับแรงดึงดูดจากดวงอาทิตย์
องค์ประกอบระบบสุริยะจักรวาล    ระบบสุริยะจักรวาล ประกอบด้วย
1. ดาวฤกษ์ เป็นดาวที่มีแสงสว่างในตัวเอง เกิดจากก๊าซที่มีการระเบิดอยู่ตลอกเวลา ให้พลังงานแสง และพลังงานความร้อน ได้แก่ ดวงอาทิตย์ กลุ่มดาวจักราศี ดาวเหนือ
2. ดาวเคราะห์ เป็นดาวที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง ต้องอาศัยแสง และพลังงานจากดวงอาทิตย์ โดยดาวฤกษ์จะมีทั้งหมด  9 ดวง จึงเรียกว่า “ ดาวพระเคราะห์”
นี้เป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งที่ยกขึ้นมาเพื่อสื่อให้เห็นว่าโครงงานชิ้นได้จัดทำด้วยเนื้อหาที่ดี เข้าใจอ่าน และเป็นการทำให้ศึกษาค้นคว้าได้ง่าย ไม่น่าเบื่อเหมือนในหนังสือ และเป็นการค้นคว้าด้วยตนเอง ทำโครงงานชิ้นนี้ขึ้นมาเพื่ออยากให้เป็นส่วนหนึ่งในในการเรียนวิทยาศาสตร์
บรรณานุกรม
http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php/
http://solarsystemhaha.blogspot.com/p/blog-page.html
http://www.trueplookpanya.com/true/knowledge_detail.php?mul_content_id=642


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น